มีทั้งประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรงดีกว่าอย่างไร
อัพเดทล่าสุด: 28 ก.ค. 2025
229 ผู้เข้าชม

ข้อดีของการมีประกันสุขภาพ
✅ มีวงเงินค่ารักษาพยาบาลอุ่นใจ สามารถเข้าถึงการรักษาที่ดีได้มากขึ้น
✅ ลดความเสี่ยงทางการเงิน เจ็บป่วยไม่คาดคิดหรือฉุกเฉิน
✅ มีทางเลือก ไม่ต้องพึ่งสวัสดิการรัฐเพียงอย่างเดียว
ข้อดีของการมีประกันโรคร้ายแรง
✅ โรคร้ายแรงมีค่าใช้จ่ายสูง จึงจำเป็นต้องมีประกันโรคร้ายแรงเพิ่มเพื่อให้ครอบคลุมค่ารักษา
✅ ได้รับค่าชดเชยเป็นเงินก้อนตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาขึ้นอยู่กับแผนที่เลือก จึงสามารถนำเงินก้อนนี้ไปลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากค่ารักษาพยาบาลได้
✅จ่ายเบี้ยไม่แพงเมื่อเทียบกับความคุ้มครองที่ได้รับ
ดังนั้น การทำทั้งประกันสุขภาพ และ ประกันโรคร้ายแรงควบคู่กัน จะทำให้คุณหมดห่วงเรื่องค่ารักษาพยาบาล พร้อมมีเงินก้อนช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

บทความที่เกี่ยวข้อง
• ครอบคลุมโรคร้ายแรงถึง 4 กลุ่ม 35 โรค!
• รับทันที 100 % เมื่อตรวจพบว่าเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คุ้มครองสูงสุด 400%
• หยุดจ่ายเบี้ยประกันภัยของสัญญาเพิ่มเติมนี้ เมื่อรับผลประโยชน์ครั้งที่ 1 แต่ยังได้รับความคุ้มครองสำหรับ กลุ่มโรคร้ายแรงที่เหลืออีก 10 ปี โดยรับผลประโยชน์กลุ่มละครั้ง
• ทำได้ตั้งแต่ อายุ 7 - 65 ปี (ต่ออายุได้จนถึง 79 ปี ให้ความคุ้มครองจนถึงอายุ 80 ปี)
เราสามารถสร้างกองทุนบำนาญของเราเองได้ด้วยการวางแผนการเงินรูปแบบประกันบำนาญด้วยตัวของเราเอง โดย จะเลือกรับบำนาญแบบรายปี หรือให้บริษัทโอนเงินเข้าบัญชีทุกเดือนก็สามารถทำได้…ตัวช่วยในการออมเงินไว้ใช้ยามเกษียณ แถมลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย
• คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล IPD และ OPD สูงสุดถึง 5 ล้านบาทต่อโรคต่อปีกรมธรรม์
• เข้าถึงนวัตกรรมการรักษาสมัยใหม่สำหรับการรักษาโรคมะเร็งและไตวายเรื้อรัง และยังเสริมความคุ้มครองการบำบัดรักษาโรคทางจิตเวช • หมดกังวล เป็นซ้ำก็คุ้มครอง สมัครได้ตั้งแต่อายุ 30 วัน - 80 ปี คุ้มครองถึงอายุ 99 ปี


